Dull, Drab No Man’s Land ไม่เคยเจอจุดมุ่งหมายของมัน

การรบมันไม่ดี” หนึ่งในคนขาวที่สะดุดตาใน“ No Man’s Land” กล่าว สหายคนหนึ่งของเขาคัดค้าน เขาจะต้องเป็นคนเขียนเขาจะ


ให้ข้อมูลเชิงลึกมากยิ่งกว่านั้นมิได้หรือการร่วมยินดีของเฮไม่งเวย์แบบใหม่ของพวกเราบางทีอาจเผยได้มากกว่าที่ผู้ผลิตซีรีส์ใหม่ที่กลวงไม่ไร้อารมณ์ขันของ Hulu บางทีอาจตั้งอกตั้งใจไว้:“ มันน่าสนใจ มันจะเป็นชื่อหนังสือเล่มใหม่ของฉัน การสู้รบแย่” เมื่อถึงคิวมีบางสิ่งบางอย่างระเบิดขึ้น
สิ่งนี้บางทีอาจอ่านบนกระดาษเสมือนเรื่องขบขัน – เกิดเรื่องเฮฮาที่มีสีดำสนิท แม้กระนั้นก็เกิดเรื่องเฮฮาเช่นเดียวกัน คนเขียนคนนี้พูดไม่ได้อย่างไม่ต้องสงสัยว่ามีเจตนาแบบนั้นไหม แต่ว่าเป็นภาพสะท้อนของเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เลยไม่บางทีอาจต้านได้ ร่วมสร้างโดยRon Leshem (“ Euphoria ”), Eitan Mansuriและก็ Maria Feldman รวมทั้ง Amit Cohen (สองในผู้ร่วมสร้างซีรีส์อิสราเอลเรื่อง False Flag)“ No Man’s Land” ทำให้สงครามกลางเมืองซีเรียดำเนินไป เบื้องหลังการใช้คำนั้นเป็นไปโดยตั้งใจดังที่เขียนโดย Cohen, Leshem และก็ Xabi Molia ความเกี่ยวเนื่องของการแสดงกับความไม่ลงรอยกันนั้นมิได้อยู่ไกลห่างจากแฟลตสองมิติที่เปลี่ยนแปลงห้องประชุมของโรงเรียนมัธยมศึกษาให้แปลงเป็นทุ่งข้าวของ Rodgers รวมทั้งโอกลาโฮมาของ Hammerstein. ไร่ข้าวโพดอาจมีผิวเพิ่มมากขึ้น เกิดเรื่องที่น่าสะเทือนใจเกี่ยวกับการทำศึกประเทศผู้คนที่อาศัยอยู่ตรงนั้นผู้คนที่ต่อสู้ตรงนั้นและก็แม้กระทั้งชาวตะวันตกและก็คนประเทศอเมริกาที่สำคัญทั้งผองที่ดูดออกสิเจนโดยมากในซีรีส์นี้ เกิดเรื่องที่น่าสยดสยองว่าชีวิตของคนพวกนี้จำเป็นที่จะต้องสลับซับซ้อนรวมทั้งเต็มไปด้วยความไม่ลงรอยกันเท่าใด แม้กระนั้น“ เกี่ยวกับ” นั้นเป็นได้ มันคือเรื่องของความจริงที่ว่ามันเป็น ที่สลับซับซ้อนไม่จริงเกี่ยวกับความสลับซับซ้อนของมัน ผลที่เกิดเป็นซีรีส์ที่กลับจากความเหนื่อยหน่ายไปสู่ความสับสนวุ่นวายไปๆมาๆ ครั้งคราวมันอาจก่อให้มนุษยชาติสะดุด แต่ว่าบากบั่นอย่าตั้งความหวังในระยะเวลากลุ่มนี้ คุณจะผิดหวัง

ช่วงเปิดตัวของ“ No Man’s Land” คำสัญญาว่าจะมีอะไรที่แตกต่างกันออกไป ซีรีส์การ์ดไตเติ้ลเสนอแนะผู้ชมให้รู้จักกับ“ สตรีดุร้ายที่ YPJ” อาสาสมัครอาสาสมัครที่ต่อสู้เพื่อรักษา ISIS ในซีเรียเมื่อปี 2015“ พวกเขาต่อสู้อย่างกล้าหาญกับองค์การก่อการร้าย ISIS” การ์ดใบท้ายที่สุดอ่าน“ คนที่เชื่อแบบนั้น การถึงแก่กรรมด้วยมือของสตรีจะมีผลให้พวกเขาไม่อยู่ในสรวงสวรรค์” ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่น่าดึงดูดสำหรับการเริ่มเรื่องราวด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยอาจจะส่งผลให้ผู้ชมสนเท่ห์ใจที่พวกเราได้มองเห็นโลกนี้มากมายก่ายกองผ่านสายตาของ Antoine (Félix Moati) ชายชาวประเทศฝรั่งเศสตามหาน้องสาวที่คาดคะเนว่าเขาตายไปแล้วซึ่งเขาปรารถนา ห่างเหินไปหลายปีที่ผ่านมาที่คุณจะเสียชีวิต เขาชำเลืองไปมองเห็นใครสักคนที่ผูกผมไว้ด้านหลังเสมือนแอนท้องนา ( เมลานีเธียร์ปรี่ที่“ Da 5 Bloods”) แล้วก็โดยเบื้องต้นแล้วไม่มีการเตรียมพร้อมเลยโยนตนเองเข้าไปในเขตการศึกทิ้งคู่ซี้ที่กำลังตั้งครรภ์ของเขาไว้เบื้องหน้าเบื้องหลัง สุดท้ายเขาก็ได้เจอกับ Sarya ( Souheila Yacoub ) หญิงชาวเคิร์ดที่ชุบเลี้ยงในกรุงปารีสตราบจนกระทั่งคุณอายุ 16 ปีและก็ในช่วงเวลานี้คุณเปลี่ยนเป็นข้าราชการที่มีความตั้งใจเป็นอย่างมากในกลุ่ม YPJ และก็ในแนวศัตรูพวกเราเจอกับคนประเทศอังกฤษสามผู้ที่เอาจริงเอาจังกับ ISIS ถ้าหากคุณพบว่าตนเองกำลังคอยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสิ่งที่กระตุ้นให้พวกเขาทอดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งปรับนิสัยให้กับความกลัวฉันขอเสนอแนะให้ท่านพึงพอใจกับข้อเท็จจริงที่ว่าขั้นต่ำหนึ่งในนั้นเล่นโดยดาราหนังที่ดีคนหนึ่ง    หนัง2020
เจมส์กฤษณะฟลอยด์ผู้แสดงคนนั้นทำให้ส่วนของการปฏิบัติการของเขายอมรับได้ บางทีอาจกล่าวได้เช่นกันเกี่ยวกับ Yacoub ผู้ซึ่งยังคงมองได้ไม่สิ้นสุดถึงแม้ว่าเค้าเรื่องของคุณจะแปรไปในดินแดนที่ผู้เขียนคนนี้หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะหลบหลีก (ถ้าหากมีคนร้องไห้สักหนึ่งครั้งเดียวระหว่างฉากเซ็กส์โน่นมิได้ทำให้ฉากดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นคำกล่าวอ้างที่ไม่สุภาพสำหรับเพื่อการโชว์อกทั้งคู่มิได้มีการเจรจาเพิ่มเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นและไม่ใช่ ของแท้“) Yacoub ใช้ Sarya กับ ความเข้มของกระดูกเหล็กที่รู้สึกแยกไม่ออกมาจากความเศร้าโศกรวมทั้งความเปราะบางอันเลวในอดีตกาลของคุณ เสมือนว่าคุณเป็นหญิงสองคนตลอดระยะเวลาคนหนึ่งเป็นทหารจริงจังต่อพี่สาวประเทศของคุณแล้วก็ตัวคุณเอง คนหนึ่งเป็นเพศหญิงที่ยังเจ็บจากการสูญเสียแม่รวมทั้งชีวิตไกลห่างจนถึงบางทีอาจเกิดขึ้นบนดาวดวงอื่นได้เหมือนกัน

ในทางตรงกันข้ามความแข็งแกร่งของการแสดงของลอยด์อยู่ที่การเชื่อมต่อระหว่างสมัยก่อนกับตอนนี้ลดน้อยลงแล้วก็เยอะขึ้นเรื่อยๆสำหรับเพื่อการรับทราบเหตุการณ์ที่ระบุ นี่เป็นการแสดงที่ให้ความรู้ความเข้าใจสึกถึงความกลัวในตอนการสู้รบ (โปรดมองว่าตอนที่ การศึกดูด” ชี้แจงไว้ข้างต้นเป็นเพียงแค่แบบอย่างเดียวแม้กระนั้นส่วนมากเงินที่ใช้ในการเดิมพันตลอดชาติแล้วก็ความตายของแต่ละระยะเวลาดูเหมือนจะเลือนหายไปในเบื้องหน้าเบื้องหลัง เมื่อฝนปืนใหญ่หยุดตก ในทางตรงกันข้าม Floyd แค่เพียงทำให้ Nasser ทราบ เขาชั่งน้ำหนักทุกคำ เขาฟังอย่างกระตือรือร้น เขาตระหนักถึงความพอใจรวมทั้งความมุ่งมั่นของคนที่อยู่รอบข้าง นี่ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงแวดวง แต่ว่าเป็นการแสดงที่เฉลียวฉลาด ถ้าหากคุณกำลังเล่นฉากในหอสมุดคุณพูดเสียงเบาหรือคุณรู้สึกเขิน แม้กระนั้นมันเป็นสิ่งที่หาได้ยากใน“ No Man’s Land” รวมทั้งเวลาที่มิได้มีไว้สำหรับในการแสดงของ Floyd เพียงอย่างเดียว (Yacoub ก็ทำแบบนี้เช่นเดียวกัน)
โน่นไม่ใช่การบรรลุผลนิดหน่อยในซีรีส์นี้เนื่องจากสำหรับในการระเบิดครั้งใหญ่และก็ระยะเวลาที่ความระส่ำระสายทั้งผอง“ No Man’s Land” บางทีอาจเกิดเรื่องน่าเบื่อ บางโอกาสผู้ผลิต (ร่วมกับผู้กำกับซีรีส์ Oded Ruskin) บางทีอาจกังวลใจว่าเนื้อหาหรือความสลับซับซ้อนที่มาเกินความจำเป็นอาจจะก่อให้สิ่งต่างๆสะดุด หากเป็นแบบนั้นการตัดสินใจของพวกเขาที่จะแสดงกริยาที่สลับซับซ้อนนั้นโดยไม่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมจริงๆนั้นได้รับผลพวงอย่างยิ่ง ทั้งหมดทุกอย่างดูอย่างกับว่ากัน – คือปัญหาจริงเนื่องมาจากสถานที่ต่างๆที่พวกเราไปเยี่ยมดู ทุกสิ่งออกเสียงเช่นกัน มีพล็อตเพียงนิดหน่อยที่จะแยกตัวละครหนึ่งออกมาจากผู้แสดงอื่น ไม่มีความรู้สึกแม้แต่น้อยว่าถึงแม้เรื่องราวจะไม่ทำให้ท่านรู้สึกตื่นเต้น แต่ว่าขั้นต่ำคุณก็รู้เรื่องลึกซึ้งเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับคนที่อาศัยอยู่ในการศึกที่กำลังดำเนินอยู่นี้เพราะว่าคุณมิได้ทำ นี่เป็นซีรีส์เกี่ยวกับการรบรวมทั้งการทำศึกอย่างที่บอกไปเป็นแดนนรก เท่าที่“ No Man’s Land” ได้รับ แล้วเมื่อถึงคิวมีบางสิ่งบางอย่างระเบิดขึ้น
ฤดูที่แฮปปี้ที่สุด
ในโลกที่เรื่องจริงคู่ครองทั่วๆไปจะไม่แลกคำชี้แจงที่เผยระหว่างกันเป็นการส่วนตัวแล้วก็กล่าวสิ่งต่างๆดังเช่นว่า“ ฉันรู้ดีว่าคุณรู้สึกเช่นไรกับวันคริสต์มาสเนื่องจากคุณสูญเสียบิดามารดาไป” เว้นแต่ว่าพวกเขาจะกลุ้มใจเกี่ยวกับการแจ้งคนเห็นในจินตนาการเกี่ยวกับสภาพการณ์ทางอารมณ์รวมทั้งประวัติส่วนตัวของพวกเขามากยิ่งกว่าที่คุณจะทราบว่าเป็นคนจริงสองผู้ที่ทำให้พอใจใน บริษัท สุดที่รักของกันและกัน แต่กระนั้นเส้นชี้แจงนี้ก็เป็นสิ่งที่ถูกงึมงำในตอนต้นระหว่างคู่ขาคู่ฮาร์เปอร์ ( แม็คเคนซี่เดวิส ) โรแมนติกกึ่งกลางกับแอ็บบี้ คริสเตนสจ๊วต ในรอมคอมวันหยุดที่แจ่มใสโดยธรรมดา“ Happiest Season” มันไม่เคยเป็นสัญญาณที่ดีเลยเมื่อนักแสดงในรูปภาพยนตร์ประกาศโดยทันทีพวกเรารู้ดีว่าคุณกำลังมองอยู่แล้วก็พวกเรามาตรงนี้เพื่อสอนคุณสักเรื่องสองอย่าง
โชคร้ายที่ทัศนคติแบบรู้ทันตนเองนี้ทำให้เกิดเภทภัยอย่างยิ่งใน“ ฤดูที่สุขสบายที่สุด” ซึ่งได้ผลสำเร็จหน้าที่การงานเล่าลำดับที่สองของผู้กำกับ Clea DuVall ที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับภายหลังจากปี 2016 ภาพยนตร์คอมเมดี้ที่มีความเกี่ยวเนื่องที่เรียบง่าย แต่ว่าเฉียบคมเรื่อง“ The Intervention ” ภาพยนตร์ที่เสนอเสียงที่เข้าใจง่ายของผู้เขียนแล้วก็ผู้กำกับ หน้าและก็ข้างหลังกล้องถ่ายภาพ ร่วมเขียนบทโดย DuVall แล้วก็Mary Hollandผู้ร่วมแสดงเรื่อง“ Veep” ของคุณ“ ฤดูที่แฮปปี้ที่สุด” มิได้แสดงถึงความเฉียบแหลมที่ DuVall เคยพิสูจน์มาก่อนในฐานะนักเล่าเรื่อง แทบจะราวกับว่าผู้ผลิตภาพยนตร์มีความรู้สึกว่าภาพยนตร์ของคุณซึ่งเป็นภาพยนตร์ยอดนิยมแล้วก็เป็นศิลปินในสตูดิโอที่ทำขึ้นโดยมีคู่เกย์เป็นสิ่งที่ดีเลิศและก็มีคุณค่าพอเพียงในตัวมันเองโดยที่มีอยู่ การเอาชนะจำพวกตรงและก็สีขาวแบบโปรเฟสเซอร์มิได้ทำให้มันอยู่ข้างหลักสำคัญว่าวงดเว้นตรีมีลักษณะคล้ายกับผู้ที่มีความประพฤติของผู้คนที่มีชื่อเสียงไหม    หนังใหม่
ในระดับหนึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะไม่เคยทราบสึกตรึงใจกับความกล้าของ DuVall ซึ่งเป็นเพศหญิงที่เป็นเกย์อย่างเปิดเผยสำหรับในการอยากเล่าราววันคริสต์มาสที่พวกเราเคยได้เห็นมาก่อนล้านครั้ง ในลักษณะเดียวกันมันทำให้หดหู่ที่ความรักต่างเพศยังคงเป็นโหมดเริ่มของค่าใช้จ่ายในการใช้โดยสารนี้ในความถี่ที่ทำให้ภาพยนตร์อย่าง DuVall ดูอย่างกับว่าปาฏิหาริย์เล็กแต่ว่าเหตุผลพวกนั้นเพียงอย่างเดียวน้อยเกินไปที่จะบ่งบอกถึงถึงความเซ่อซ่าโดยรวมของ“ ฤดูที่ความสบาย” เมื่อจำนวนมากมองสว่างไสวรวมทั้งได้รับการออกแบบให้ราวกับโชว์รูมในวันหยุดที่ตัดคุกกี้โดยมีฉากที่เขียนด้วยโทนของสเก็ตช์ SNL: ไม่เป็นประโยชน์ แม้กระนั้นก็ไม่ฉลาดนัก ไร้อารมณ์ขันอย่างเฉื่อยชาและก็ไม่มีชีวิตชีวา
แล้วก็ยังมีการตกแต่งที่แวววาววับๆรวมทั้งอบอุ่นในช่วงฤดูกาลนี้ด้วยการประดับตกแต่งอย่างงดงามแสงระยิบรวมทั้งสีแดงแล้วก็สีทองคำเยอะมาก – ยังคงแต่งแต้มให้กับภาพยนตร์ที่แอ็บบี้รวมทั้งฮาร์เปอร์ผู้สนุกสนานรื่นเริงอยู่ร่วมกันอย่างสุขสบายในพาร์ทเมนต์แสนสบายของพวกเขา คืนวันหนึ่งที่เมาสุราเวลาที่พวกเขารอคอยให้วันหยุดเริ่มขึ้นฮาร์เปอร์ก็กล้าที่จะเชิญชวนแอ๊บบี้ไปที่บ้านของครอบครัวในวันคริสต์มาสแฟนสาวของคุณที่ต้านทานงานสมโภชโดยปกติได้รับความทรุดโทรม แอ๊บบี้สารภาพพร้อมแหวนเพชรที่พร้อมจะถามฮาร์เปอร์ที่บ้านบิดามารดาของคุณ แต่ว่าไม่ค่อยมีคนไหนกันทราบดีว่าฮาร์เปอร์ยังมิได้ออกไปพบครอบครัวของคุณ – พวกเขามีความรู้สึกว่าคุณพาเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นกำพร้าของคุณกลับไปอยู่บ้านซึ่งไม่มีไหนให้ไปวันคริสต์มาส
เมื่อฮาร์เปอร์สารภาพความเป็นจริงกับแอ๊บบี้ท้ายที่สุดกลางทางหญิงสาวก็ต่อต้าน แต่ว่าสุดท้ายก็ชั่งใจแล้วก็สารภาพเหตุการณ์ด้วยความภูมิฐานที่ไม่ธรรมดาทำให้คุณเจ็บรวมทั้งรู้เรื่องว่าเพศหญิงที่คุณหลงเสน่ห์ไม่ใช่ พร้อมที่จะเผยความเกี่ยวพันของพวกเขาต่อสาธารณะ หากเพียงแค่ แต่ว่าฉันบอกคุณได้ว่าอย่างต่ำครอบครัวของฮาร์เปอร์ก็ทำให้แอ๊บบี้เล่นอย่างเงียบๆได้ไม่กี่วัน แม้กระนั้นบรรยากาศที่หลงใหลรวมทั้งน่าขนลุกเข้าครอบครองในครั้งเดียวจำเป็นต้องขอบพระคุณ Tipper ( Mary Steenburgen ) แม่ที่ลุ่มหลงภาพลักษณ์ของ Harper , บิดานักการเมือง Ted ( Victor Garber ) – พวกเราไม่เคยได้ทำความเข้าใจอะไรเกี่ยวกับการบ้านการเมืองของเขาเลยเว้นแต่ความเป็นจริงที่ว่าเขาสมัครรับตำแหน่งนายกเทศมนตรี – รวมทั้งน้องสาวสองผู้ที่ฝันร้าย: สโลนสมรสกับโลนที่ไม่เป็นมิตรและไม่สุขสบาย ( Alison Brie) และก็เจน (ฮอลแลนด์บุตรสาวที่ทำการ์ตูล้อเลียน ในระหว่างนี้ปราศจากความอุตสาหะของ DuVall รวมทั้ง Holland ในดินแดนเฮฮา ต่อจากนั้นอีกทีบางคราวผู้ที่ไม่มีความนึกคิดชอบเตือนแอ๊บบี้ตลอดระยะเวลาเกี่ยวกับการเสียชีวิตของบิดามารดาของคุณแล้วก็การเรียกกำพร้าว่า คนฝืดเคือง” อย่างไม่เหมาะสมไม่เคยเกิดเรื่องตลกขบขันเลยไม่ว่าคุณจะหมุนมันเช่นไร


ช่วงของ Abby กับครอบครัวของ Harper ทำให้ระลึกถึงลูกผสม“ Meet the Parents” และก็

The Family Stone ” แม้ว่าจะหมดอารมณ์ขันอย่างแท้จริงของอดีตกาลแล้วก็ความชาญฉลาดที่สลับซับซ้อนในสมัยข้างหลัง (ใช่ภาพยนตร์วันหยุดก็สลับซับซ้อนได้เช่นเดียวกันในวันถัดมาแอ๊บบี้เพียรพยายามอย่างมากที่จะไม่ทำให้แฟนสาวที่งงเต็กของคุณผิดหวังซึ่งไม่ยินยอมให้ความเอาใจใส่กับคุณโดยไม่ยินยอมให้ใครกันแน่มาพอใจคุณบังคับให้คุณอยู่ในเหตุการณ์ที่เหนื่อยยากและไม่คิดถึง โชคดีที่ไรลีย์ของออเบรย์พลาซ่าอดีตกาลแฟนสาวที่เป็นความลับของฮาร์เปอร์ที่ทำให้คุณชอบใจสลาย – ไปสู่เรื่องราวในฐานะผู้ส่งเสริมซึ่งก่อกำเนิดเคมีทางเพศที่จริงจริงกับแอ็บบี้ที่คุณอาจพบว่าตนเองเริ่มจากความเคลื่อนไหวที่มีต่อพวกเขา สหภาพแรงงานท้ายที่สุด
แต่ว่า“ ฤดูที่สุขสบายที่สุด” ไม่ใช่หนังจำพวกนั้นไม่ใช่หนังที่ปลดปล่อยให้เรื่องราวเผยตนเองในแบบที่ให้ความรู้ความเข้าใจสึกเป็นธรรมชาติ สิ่งที่พวกเราหลงเหลืออยู่เป็นการจบลงอย่างสุขสบายบทเรียนเด็กรวมทั้งเยาวชนเกี่ยวกับครอบครัวแล้วก็Dan Levyผู้ผลิต“ Schitt’s Creek” ที่มิได้ใช้ประโยชน์ในหน้าที่ของจอห์นสหายที่ดีเยี่ยมที่สุดที่เป็นเกย์ของแอ็บบี้ซึ่งเป็นตัวละครที่มีอยู่เพียงแค่เพื่อเป็นปากเสียงให้กับภาพ    หนังออนไลน์

You may also like...